เมนูหลัก
· หน้าแรก
· กระดานข่าว
· ดาวน์โหลด
· ติดต่อเรา
· เนื้อหาสาระ
· เผยแพร่เรื่อง
· ยอดฮิตติดอันดับ
· เรื่องทั้งหมด
· เรื่องทั้งหมดสำหรับพิมพ์
· หัวข้อเรื่อง
ค้นหา


เลือกภาษา
เลือกรูปแบบภาษา:

เรื่องน่าอ่าน

ตำนาน
[ ตำนาน ]

·เสือรอยเบี้ยว คำให้การของผู้เชี่ยวชาญคนที่ ๒
·เสือรอยเบี้ยว คำให้การของผู้เชี่ยวชาญคนที่ ๑
·มิวสิค ... สืบสานตำนานควนธง
·ภาพเก่าในอดีต
·พิธีพระราชทานเพลิงศพ
·โรงศพปู่เจ้าพรหม 2512
·ค้นพบตำราเก่าแก่
·เมรุป่าช้าต้นมะม่วง วัดน้ำขาวใน สำเร็จพร้อมใช้
·เจดีย์ควนธง
User Info
สวัสดี, พี่น้องชาวน้ำขาว
ชื่อเรียก
รหัสผ่าน
(สมัครสมาชิก)
ข้อมูลสมาชิก:
สมาชิกคนล่าสุด: JackDpw11
สมาชิกใหม่วันนี้: 0
สมาชิกใหม่เมื่อวาน: 0
สมาชิกทั้งหมด: 23036

ผู้ที่กำลังใช้งานขณะนี้:
บุคคลทั่วไป: 4
สมาชิก: 0
ทั้งหมด: 4
เรื่องน่าอ่าน ภาพน่าดู
· เมษาหน้าร้อน
· ประวัติวัดน้ำขาวใน
· มองคนจะนะ
· คำขวัญอำเภอจะนะ
· 40 ปี: ที่จะนะเปลี่ยนไป
· เขรถถีบย้อนรอยประวัติศาสตร์
แนะนำเว๊บ









นั่งสาดเตย กินลูกหว้า อาบน้ำคลอง ฉีกท้องข้าว
ฅนน้ำขาว: มองหาตัวตน... ค้นพบภูมิปัญญา... พัฒนาท้องถิ่น...

นานาสาระ

เมื่อวันที่ ๑๒-๑๕ กันยายน ปีกลายผู้เขียนได้มีโอกาสไปร่วมทัศนศึกษากับสมาชิก อบต.น้ำขาว ไปดูงานการรวมกลุ่มของแม่บ้านเพื่อทำขนม ที่จังหวัดภูเก็ตและสตูล รวมถึงศูนย์การเรียนรู้แนวเกษตรทฤษฎีใหม่ ของลุงสงวนที่จังหวัดกระบี่ และการตั้งศูนย์บำบัดผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต โดยวิธีการนวดแพทย์แผนไทยของ โรงพยาบาลห้วยยอด จังหวัดตรัง ทุกที่ต่างก็ทำให้ฉุกคิดและได้สาระความรู้หลากหลายแนวทาง แต่ที่อยากนำมาพูดถึงสำหรับวันนี้มากๆ เพราะตรงกับสิ่งที่ตัวเองอยากทำ คือ การทำงานแบบ สนุก ร่าเริง มีสีสัน สะท้อนตัวตนและ เป็นตัวแทน ของความเป็นท้องถิ่นของผู้คนในแถบถิ่นอ่าวพังงาของไก๊ด์สาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่เอื้อนเอ่ยชื่อตัวเองในระหว่างการทำหน้าที่ของเธอว่า “แจ๋ว”


ณ จุดเริ่มต้นตรงท่าเรือ ตอนแรกผู้เขียนสังเกตเห็น ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเดินหิ้วตะกร้าใบเขื่องลงเรือเป็นคนสุดท้าย ภายในตะกร้าเห็นมีกะปิบรรจุในถุงพลาสติก ถุงละ ๑ กิโลกรัม ประมาณ ๓ ถุง มะขามอ่อนและ มะม่วงแก่อีกประมาณ ๕-๖ ลูก พอเรือแล่นออกจากท่า สังเกตดูเธอจัดแจงนำกะปิในห่อมาใส่ไว้ในจานที่เตรียมไว้ แล้วกุลีกุจอปอกเปลือกมะม่วงออกหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ และนำมะขามอ่อนใส่จานวางเทียบเคียงกันไว้พร้อมประกาศเชิญชวน ลูกทัวร์ทุกคนได้ลิ้มลองรดชาดกะปิของอ่าวพังงา เสียงดังแข่งกับเครื่องยนต์เรือลำใหญ่ ที่นำคณะไปชมทิวทัศน์ตลอดเส้นทางทั้งขาไป และกลับ โดยระยะทางน่าจะไม่เกิน ๑๕ กิโลเมตร...หลังจากนั้นเธอจึงฉวยไมค์แนะนำตัวเอง และสถานที่ท่องเที่ยวตามจุดต่างๆ โดยไม่ใส่ใจกับของในตะกร้าของเธออีกเลย...พวกเราพากันกินมะขามอ่อน สลับคำกับมะม่วงแก่ด้วยกะปิ ๓ ถุงของเธอจนหมดในตะกร้าพร้อม ๆ กับช่วงเวลาที่หมดไปโดยไม่ทันรู้ตัว ในเส้นทางที่ผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิเช่น เกาะปันหยี เขาพิงกัน เขาตะปู และยังมีเกาะแก่งสวยงามตามลักษณะ ทางกายภาพที่ถูกธรรมชาติสร้างขึ้นและดูเหมือนกับยังคงสภาพควาสมบูรณ์ อยู่เต็มร้อย... ที่สำคัญตรงหน้าผาเวิ้งว้าว เพราะการกัดเซาะด้วยแรงน้ำและกระแสลมผ่านในทุกฤดูกาล...พวกเราบนลำเรือทุกคนต่างได้อิ่มเอมกับธรรมชาติที่ถูกร้อยรสด้วยสำเนียงภาษาถิ่นเจื้อยแจ้ว ของไกด์แจ๋วตลอดเวลา อาทิเช่น ตรงที่เรือแล่นผ่านเขาพิงกัน เธอก็ยกโคลงสี่สุภาพแสนไพเราะที่ผูกแต่งจำจนขึ้นใจ ยกขึ้นมาเปรียบเปรยน่าฟัง....




“ พิงกันสัญญาลักษณ์ ล้ำลือขจร
หนึ่ง คือดวงสมร หนึ่งข้า
รักจริงดุจสิงขร อิงแอบกันนา
รักสถิตชั่วฟ้า ตราบสิ้นดินสลาย”

จบโคลงบทแรกเมื่อเรือแล่นลับผ่านหลบเหลี่ยมเขาพิงกันหันมาประจันหน้าเข้ากับเขาตะปู ไม่ทันสิ้นเสียงตบมือของพวกเราในลำเรือ เธอก็รีบต่อด้วยกลอนบทที่สองซึ่งไพเราะพอกัน

“เขาพิงกันแต่ ฉันนั้นยังว่าง
จะพิงร่างกับใคร ให้ใฝ่หา
นานเท่าใด จะมีคู่ชีวา
รำพันหาเดียว ดายกลางสายชล”



จบบทกลอนรำพึงรำพันความโดดเดี่ยวเดียวดาย อ้างว้างของเขาตะปูพลางเธอละสายตาจากเกลียวคลื่นกลางทะเล ที่ยกตัวขึ้นหยอกล้อเล่นลม หันมาสบตากับหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ในลำเรือทีละคน ๆ ที่ยังอ้าปากตาค้าง.... ก่อนสิ้นสุดการเดินทางเธอบอกกล่าวเกี่ยวกับการรวมตัวกันอนุรักษ์หวงแหนทรัพยาการธรรมชาติของอ่าวพังงาที่ยังสมบูรณ์ทั้ง กุ้ง หอย ปู ปลา และความสวยงามของธรรมชาติอย่างลงตัว... ของชาวท้องถิ่น ที่ทุกคนตระหนักและภาคภูมิใจร่วมกัน พวกเขาต่างได้เรียนรู้ถึงคุณค่าของขุมทรัพย์ที่มีอยู่อย่างมหาศาลในท้องทะเลบ้านเกิด แล้วนำไปผูกติดเข้ากับจิตวิญญาณของผู้คน...ผูกจิตร้อยดวงใจเป็นหนึ่งเดียว ช่วยกันเล่าขาน สร้างตำนานถ่ายทอดสู่ลูกหลาน เป็นเรื่องราวของท้องถิ่นที่ทุกคนเป็นหุ้นส่วนร่วมกัน...


สุดท้ายเธอบอกว่า กะปิที่นำมาใช้ต้อนรับพวกเราบนลำเรือกับมะขามอ่อนและมะม่วงแก่ นี่แหล่ะคือผลผลิตจากทรัพยากรอันล้ำค่าที่ท้องทะเลแห่งอ่าวพังงามอบให้กับพวกเขา... ไม่มีกะปิที่ไหนในโลกใบนี้ จะอร่อยเท่ากะปิของอ่าวพังงา ... ถ้าใคร ติดใจอยากจะซื้อไปฝากคนที่บ้าน ก็สามารถสั่งซื้อได้ที่ท่าเรือ ก่อนกลับ...พวกเราเดินทางออกจากอ่าวพังงาพร้อมๆ กับน้ำหนักบรรทุกของรถเพิ่มขึ้นอีก ๑๐๐ ก.ก. เพราะกะปิของ “ไกด์ แจ๋ว” สาวเจ้าผู้ทำหน้าที่สะท้อนภาพของท้องถิ่นทั้งในมุมมองของธรรมชาติที่งดงาม กับวิถีชีวิตของผู้คนที่ลงตัว.... และที่สำคัญเธอ คือต้นแบบของคนในท้องถิ่นที่มีจิตสำนึก และมองเห็นคุณค่าของชีวิตที่สัมพันธ์ โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นระบบของคนในชุมชนและท้องถิ่นเป็นประการสำคัญ.... วันนี้ ต.น้ำขาวของเรา ต่างก็มีสิ่งดีงามอีกมากมายที่ถูกสร้างสมเอาไว้จากคนรุ่นแล้วรุ่นเล่า เพียงแต่เราไม่พยายามหันกลับไปมอง...หน้าที่และภารกิจของพวกเราคนน้ำขาวยุคปัจจุบัน คือ “ทำอย่างไร จะสร้างคนรุ่นใหม่ที่รัก และผูกพันกับท้องถิ่นของตัวเองอย่างไกด์แจ๋ว ที่มีวิสัยทัศน์ไกล เรียนรู้อดีต อยู่กับปัจจุบัน ...เพื่อร่วมกันมองหาอนาคต...”



ภารกิจนี้ท้องถิ่นต้องแอบเอาไปขบคิดนะครับ...


หมายเหตุ: โดย: ครูยะ

ติดประกาศ พฤหัสบดี 01 เม.ย. 10@ 05:55:29 ICT โดย admin
 
ข้อมูลเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้อง
· ข้อมูลเพิ่มเติม นานาสาระ
· เสนอข่าวโดย admin


เรื่องที่นิยมอ่านมากสุด นานาสาระ:
เดือนสิบ

คะแนนของบทความ
คะแนนเฉลี่ย: 0
จำนวนผู้ลงคะแนน: 0

โปรดสละเวลาให้คะแนนสำหรับบทความนี้:

สุดยอด
ดีมาก
ดี
ธรรมดา
แย่

ส่วนเพิ่ม

 หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์ หน้าเอกสารสำหรับเครื่องพิมพ์

 ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน ส่งเรื่องนี้ต่อให้เพื่อนอ่าน

หัวข้อเรื่องที่เกี่ยวข้อง

นานาสาระ

"เข้าระบบ" | สมัครสมาชิกที่นี่ | 0 ข้อคิดเห็นต่างๆ
ความคิดเห็นที่แสดงนี้เป็นของเป็นของผู้ลงประกาศ. ทางเว็บไซต์ ไม่ขอรับผิดชอบในเนื้อหาเหล่านี้.

ฅนน้ำขาวออนไลน์ email: hs9lu@hotmail.com
เว๊บนี้เราทำเพราะอยากจะทำ ไม่มีใครจ้างให้เราทำ และเราไม่ได้จ้างให้ใครทำ ทีมงานทุกคนดำเนินชีวิตประจำวันอยู่ในน้ำขาว